|
Guest No : 89 of 89 Post by : Joe Loso on 19 April 2012 16:04:07[ 182.52.85.78 ] Detail : ดีมาก ให้ความกระจ่างมากต่อการนำไปใช้จริงมีเหตุมีผล ไม่งมงาย
| ||
|
Guest No : 88 of 89 Post by : mink on 18 April 2012 21:04:24[ 118.174.154.20 ] Detail : ขอบคุณเว็ปดีๆแบบนี้ค่ะ
| ||
|
Guest No : 87 of 89 Post by : KONICHIWA on 26 January 2012 20:01:11[ 118.174.153.13 ] Detail : มาเยี่ยมแล้ว คิดว่า เวบนี้มีประโยชน์มาก ทำได้ดี ขออนุโมทนาจากใจ
| ||
|
Guest No : 86 of 89 Post by : เอกชัย จุละจาริตต์ on 18 January 2012 12:01:10[ 1.20.0.179 ] Homepage : ้http://www.thai60.com Detail : ขอกราบอนุโทนาที่ท่านได้กรุณาเผยแผ่หลักธรรที่เข้าใจได้โดยง่ายให้กับคนไทยและต่างชาติ และผมเองก็พยายามเผยแผ่ธรรมในแนวทางคล้ายกับของท่านมาก แต่เผยแผ่เฉพาะคนไทยที่ www.thai60.co ครับ. เอกชัย จุละจาริตต์
| ||
|
Guest No : 85 of 89 Post by : RUK on 21 December 2011 13:12:11[ 223.206.208.41 ] Detail : ดีใจโครตๆที่เจอเวปแบบนี้
| ||
|
Guest No : 84 of 89 Post by : เด็กน้อย on 15 November 2011 21:11:25[ 101.108.216.102 ] Homepage : http://www.nongrangga.com/ Detail : เยี่ยมๆ ครับ เว็บดีมีสาระมากๆ
| ||
|
Guest No : 83 of 89 Post by : milk387 on 17 October 2011 22:10:03[ 118.174.118.45 ] Detail : ดูพุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์มากเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับคำอธิบายต่าง ๆ มีเหตุมีผลค่ะ แต่บางเรื่องเช่นเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ยังอยากเชื่อว่ามีอยู่จริง..และไม่ว่าจะมีอยู่จริงหรือไม่ ก็เห็นด้วยค่ะที่ว่าการดับทุกข์ในปัจจุบันมีประโยชน์กว่าการมาพิสูจน์เรื่องชาตินี้ชาติหน้า.. ..........สนใจธรรมะ แต่ยังมีความรู้น้อย ปัญญาน้อย มีความเข้าใจน้อย...อนุโมทนาสำหรับการเผยแผ่ธรรมค่ะ..
| ||
|
Guest No : 82 of 89 Post by : ตันหยง on 16 September 2011 20:09:29[ 124.121.3.50 ] Detail : ชอบจังเลยค่ะ ^_^
| ||
|
Guest No : 81 of 89 Post by : pam on 29 August 2011 11:08:02[ 94.196.40.211 ] Detail : เข้ามาอ่านตรงคู่มือคนไทย เนื้อหาดี แต่สะกดภาษาไทยผิดหลายคำ เช่นคำว่า ทาส สะกดเป็น ทาษ และอื่นๆ อ่านแล้วรู้สึกตะหงิดๆเล็กน้อย เพราะเขียนถึงประเทศไทยแต่สะกดภาษาไทยผิด
| ||
|
Guest No : 80 of 89 Post by : aota on 16 July 2011 21:07:29[ 180.180.246.2 ] Detail : ผมเข้า ใจ ท่านเจ้าของเวปนี้(เหมือนมองย้อนดูตัวเองเลย) เพราะอาการเหล่านี้ผมเคย ประสบมาก่อน เมื่อตอนเรียนอยู่ม.2 ตอนนั้นบ้าพลัง หัวหมอ เจอคำสอนสวนโมกเข้า เป๊ะเลย มมันจิ๊ด มันสวนทาง ชาวบ้านเขา มันเท่ แต่พอนานเข้า เรารู้ว่า เราไม่ควรไปประยุกตย์ ไม่ควรไปลดมิติบริบท ของพุทธศาสนาลงเพียงเพื่อให้วิทยาศาสอธิบายได้ เพราะเอาเข้าใจวิทยาศาสนั้นเริ่มโลเลเสียเองแล้ว เอาใจช่วยท่าน เปิดกว้าง เดินตามทาง จะเห็นเส้นทาง แม้จะพูดคุยบอกใครเขาไม่รู้เรื่อง ก็ตาม ใครเดินใครเห็น มันอยู่ในตาของเขา การบังคับให้เขาเชื่อย่อมไม่ยุติธรรม ขอให้ท่านลุกขึ้นจากเงาคิด ของตน และก้าวเดินทาง สู่การภาวนาให้ถี่ยิบ แล้วท่านจะพบตัวเองอีกคนหนึ่ง ผิดพลาดเป็นบทเรียน(อย่าสอนชาวเขามากนักนะครับ เอาตังเองให้สุดทางก่อนแล้วค่อยเผยแพร่ครับ )
| ||
|
Guest No : 79 of 89 Post by : apichon on 16 July 2011 21:07:03[ 180.180.246.2 ] Detail : ทำอาหารยังไม่เป็น อย่าริอ่านเปิดร้านเลย
| ||
|
Guest No : 78 of 89 Post by : Mhee on 29 June 2011 19:06:19[ 192.249.41.3 ] Detail : สาธุ .. อ่านแล้วได้รับสาระประโยชน์มากครับ - ขอบคุณครับ
| ||
|
Guest No : 77 of 89 Post by : teelek on 26 April 2011 21:04:24[ 223.204.116.26 ] Detail : เป็นคนไม่เชื่อในอิทธิฤทธิ์ เวทมนตร์ครับ อ่านพระไตรปิฎกที่เกี่ยวกับส่วนนี้ แล้วลังเลสงสัย บอกใครก็ถูกหาว่าห้ามสงสัย เดี๋ยวจะเป็นบาปกรรม และสงสัยว่าคนสมัยก่อนบรรลุธรรมง่าย แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกยาก เลยเลิกสนใจ พอมาเจอเวปนี้ ผมอ่านทุกข้อความในเวปเลยครับ ขอให้เวปนี้อยู่ต่อไปเพื่อดำรงพุทธศาสนาแท้ ที่จะทำให้คนเข้าใจและทุกข์น้อยลง
| ||
|
Guest No : 76 of 89 Post by : เสือ on 20 April 2011 20:04:41[ 124.121.70.110 ] Homepage : http://punyakirti.tripod.com/index2.html Detail : เข้ามาอ่าน สรุปหลักพุทธครับ ได้สาระเยอะ อ่านดูการแก้ข้อกล่าวหา ผมรู้สึกว่า ท่านตอบไม่เหมือนท่านพุทธทาสเลย ต่างออกไป
| ||
|
Guest No : 75 of 89 Post by : TAKARU on 22 December 2010 10:12:44[ 124.122.162.210 ] Detail : เว็บนี้ เป็นเว็บที่ดีมากครับ ในความรู้สึกของผม ที่สามารถอธิบาย ธรรมะให้เป็นวิทยาศาสตร์ได้ ผมยอมรับเต็มๆ
| ||
|
Guest No : 74 of 89 Post by : สติครองตน on 03 December 2010 10:12:51[ 183.89.190.111 ] Detail : ผมว่าไม่มีใครถูกไม่มีใครผิดหรอกครับ จะมีการเวียนว่ายตายเกิดหรือไม่นั้น สุดแต่ใจ แค่เคารพในธรรมมะ มองเห็นอิทัปปัจจยตา ตามประสงค์แห่งพระตถาคต ถ้าทุกคนในโลกมีจิตประภัสสรได้ ก็ถือว่าเป็นผลสำเร็จ ของศาสนาแล้วครับ นิพพานหรือไม่ ไม่ควรยึดติดครับ ถ้าปฏิบัติธรรมแล้วเป็นทุกข์ ผมว่ามันผิดนะครับ(ความคิดเห็นส่วนตัว)มันควรเป็นการฝึกฝนจิตใจ เพื่อพ้นความทุกข์ครับ ควรเดินทางสายกลางนะผมว่า การตีความจะเป็นไปในทิศทางไหนก็ตาม เป้าหมายคือการครองตนอยุ่บนโลกโดยปราศจากอวิชชา(สำหรับผม)สิ่งที่เราทุกท่านในที่นี้ควรทำนะครับผมคิดเห็นว่าเราควรที่จะช่วยกันเผยแพร่ธรรมมะที่ถูกต้องแก่สาธารณะ เช่น เรื่องความงมงายทั้งหลายที่ครอบงำผู้คนเราอยุ่ ผมเห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่ฝังรากนะครับ ในที่นี้ทุกท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ที่ค่อนข้างสอดคล้องกัน ควรจะร่วมกันสรรสร้างสังคม เพื่อให้ศาสนาพุทธเป็นไปตามที่ควรจะเป็นครับ ผมเห็นว่าเราน่าจะจัดกิจกรรมกันนะครับ
| ||
|
Guest No : 73 of 89 Post by : สิทธิ์ on 30 November 2010 07:11:33[ 124.121.6.177 ] Detail : ท่านเคยให้คำติชมและกำลังใจงานเขียนของกระผม การแสดงความคิดในสมุดเยี่ยมแบ่งเป็นเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยแสดงว่ามีผู้สนใจอยู่มาก จิตเที่ยงแท้ไม่เที่ยงแท้ขึ้นกับกระบวนทัศน์ของแต่ละคนที่อ่านคำสอนแล้วเข้าใจต่างกันทำให้เกิดธรรมคุ้มครองโลก หิริ(ปัญญาเข้าถึงความดี) โอตตัปปะ(ความเชื่อเข้าถึงความดี)มันเป็นเช่นนั้นเองตามกระบวนทัศน์
| ||
|
Guest No : 72 of 89 Post by : สิทธิพร สิทธิสาตร์ on 30 November 2010 06:11:09[ 124.121.6.177 ] Detail : กระบวนทัศน์ (Paradigm) ซึ่งมาจากภาษากรีก โดย para แปลว่า beside ส่วน digm แปลว่า ทฤษฎี คือ ชุดแนวความคิด หรือ มโนทัศน์ (Concepts) ค่านิยม (Values) ความเข้าใจรับรู้ (Perceptions) และการปฏิบัติ (Practice) ที่มีร่วมกันของคนกลุ่มหนึ่ง ชุมชนหนึ่งและได้ก่อตัวเป็นแบบแผน ของทัศนะอย่างเฉพาะแบบหนึ่ง เกี่ยวกับความจริง (Reality)จึงเป็นเรื่องที่ทำให้คนแต่ละคนคิดและกระทำต่างกัน ผมขอเป็นกำลังใจ
| ||
|
Guest No : 71 of 89 Post by : พระครูอมรศีลวิสุทธิ์ on 29 November 2010 19:11:14[ 61.19.66.13 ] Homepage : http://ขอแสดงความเห็น Detail : นับว่าเป็นเว็บที่มีคุณค่ามากอีเว็บหนึง จริงๆ แล้วจะให้ถูกใจคนทุกคนคงจะเป็นไปไม่ได้ แต่เท่าที่ศึกษาดูและได้นำไปสอนต่อก็คงไม่สงวนสิทธิ์ เพราะเป็นที่น่าสนใจมาก
| ||
|
Guest No : 70 of 89 Post by : มองต่างมุม on 24 November 2010 11:11:19[ 58.136.51.186 ] Detail : ในส่วนปุจฉา-วิสัจฉนา มีความเห็นว่ามันแม่งๆ อย่างเช่นคำกล่าวที่ว่า ๑.จิต นั้นเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากร่างกายเท่านั้น เมื่อมีร่างกายที่ยังไม่ตาย ก็จะมีจิตเสมอ <--- ถ้าอย่างนั้น ไม่มีกายจิตก็ไม่มีน่ะซิ แล้วอะไรสร้างกาย เพราะในเมื่อกายสร้างจิตน่ะ กายแตกดับ ก็เท่ากับไม่ต้องเกิดแล้วซิ เป็ฯคำตอบที่เพี้ยนจากพุทธศาสตร์หรือเปล่า? ๒. ว่าด้วยเรื่องกรรม ในเวปนี้ก็กล่าวไว้ว่า - \"เรื่องกรรมจาก ชาติปางก่อนอย่างที่เราเคยเชื่อกันมานมนานแล้วนั้น ไม่ใช่เรื่องกรรมของพุทธศาสนาที่แท้จริง แต่เป็นของศาสนาพราหมณ์ ที่ผสมปนเปเข้ามาอยู่ในพุทธศาสนามาช้านานแล้ว จนทำให้ชาวพุทธเราเกิดความเข้าใจผิดกันอยู่ทุกวันนี้\" <-- ถ้ากรรมในอดีตชาติไม่มี พระพุทธองค์จะกล่าวถึงพระชาติที่พระองค์บำเพ็บบารมีทำไม อีกทั้งในพระไตรปิฎกก็ยังมีการกล่าวถึงผลแห่งกรรม ที่มีวาระการให้ผลที่ต่างกัน จากหนังสือท่านพุทธทาส ก็ยังมีการกล่าวถึงกรรมตามพระไตรปิฎกเลย ผู้ที่กล่าวเช่นนี้จะมิขัดกับพระธรรมหรือ - \"เรื่องว่าเกิดมาเป็นเพศที่ 3 เพราะทำกรรมอะไรไว้นั้นเป็นคำสอนของศาสนาพราหมณ์ ส่วนจะแก้อย่างไรก็ไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่ใช่หลักของพุทธศาสนาที่แท้จริง ซึ่งพุทธศาสนาที่แท้จริงจะไม่สอนเรื่องเหล่านี้ แต่ในหลักพุทธศาสนานั้นจะสอนว่า ทุกสิ่งย่อมเกิดมาจากเหตุ ซึ่งเหตุนั้นก็ให้ดูจากชีวิตจริงใจปัจจุบัน คืออาจจะมาจากการอบรมเลี้ยงดูตั้งแต่ยังเด็กก็ได้ หรืออาจจะมาจากยินส์ตามที่นักวิทยาศาสตร์เขาว่าไว้ก็แล้วแต่ คือสรุปว่าอาจจะมาจากเหตุภายนอก(คือการอบรมเลี้ยงดู หรือการคบเพื่อนก็๋ได้)หรือมาจากเหตุภายใน(คือยีนส์)ก็ได้\" <-- เป็นความเห็นที่ยังไม่สุด ไม่พิจารณาโดยแยบคายก่อนตอบของผู้วิสัจฉนา เหตุใดจึงไม่ตรึงตรองต่อว่า แล้วอะไรเป็นเหตุกำหนดยีนส์ให้ผิดเพศขึ้น? แล้วอะไรเป็นเหตุให้ต้องเกิด ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้ต้องผิดเพศด้วย? แล้วถ้าคนผู้นี่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อให้ผิดเพศ แต่ก็ยังผิดเพศ นี่เป็นด้วยเหตุอะไรเล่า? จิต เป็นธาตุรู้ เป็นนามธาตุ เป็นพลังงานในจักรวาล มิใช่เป็นใครหรือผู้ใดเลย มีปกติเกิด-ดับไวกว่าแสง (เหมือนการรันภาพการ์ตูน ทำให้ภาพเคลื่อนไหวได้เหมือนมีชีวิต) การที่มีความถือมั่นตัวตนนั่นคือ จิตที่เกิดดับมีความถือมั่นตัวตน เมื่อจิตเกิดก็ถือมั่นแล้วดับไป จิตดวงใหม่ที่เกิดต่อ ก็เอารับข้อมูลของจิตดวงเก่าที่ดับไปแล้ว สร้างภพภูมิ และ รูปภาวะ(หยาบ ละเอียด) ตามแต่กรรม โพธิปักขิยธรรม 37 เป็นทางพ้นทุกข์ ตามที่พระศาสดาได้ตรัสสอนไว้ กายเป็นดั่งโรงฝึก จิตเป็นดั่งเด็กน้อย สติเป็นดั่งครูผู้ใจอารีย์ ที่คอยตักเตือน คอยกำหราบและสอนจิต สติในอริยบททั้ง 4 คือ สติปัฏฐาน การมีความตั่งใจว่า เราจะเจริญสติเนืองๆ ในฐานทั้งสี่ในชีวิตประจำวัน นั้นคือ สัมมัปทาน4 เพราะถ้ามีสติอยู่กับชีวิต การละอกุศธรรมก็ทำได้ การเจริญแห่งกุศลธรรมก็เกิดมีได้ เมื่อตั่งใจก็ทำดั่งที่ตั้งใจเนืองๆ นั่นคือ การเจริญอิธิบาท 4 อินทรีย์ 5 จึงถูกรักษาด้วยสติเนืองๆ (ปล. การไม่คาดหวังในผลจากการเจริญสติ แค่เพียรทำ แม้ความทุกข์ยังปรากฏอยู่ในชีวิตก็ยังไม่หยุดเจริญสติ นี่เป็น ขันติบารมี ยังให้เกิด ตบะ ความตั่งมั่นแห่งสติที่อิทรีย์ทั้งห้า) สติที่ตั่งมั่นในอิทรีย์ห้าดีแล้ว จะเป็นสติพละ(สติที่มีกำลังของสมาธิเป็นตัวหนุน) ยังให้โพชฌงค์ 7 ปรากฎในภายในจิต เมื่อโพชฌงค์ 7 ปรากฎบริบูรณ์ภายในจิต มรรคจะสมบูรณ์ หยั่งลงสู่ความเห็นแจ้งในอมตะธรรม นั่นคือ มรรคจิต และผลจิต หรือการแจ้งอนัตตาแห่งจิต ชัดธรรมชาติของจิต (ตถาตา) พบสุญตาแห่งจิต ภาวะนี้ รัตนทั้งสามได้ปรากฏในกายทวารแห่งผู้เข้าถึง ศรัทธราในพระศาสนาจะมั่นคง ไม่หลงในหนทาง แจ้งแล้วว่านามธาตุและรูปธาตุนี้มิใช่เป็นเราเป็นของเรา (ละสังโยชน์สามได้แล้ว) แม้อุปทานจิตยังละไ้ด้ไม่หมด แต่ความทุกข์ก็จะตกล่วงไปได้มาก
| ||
|
Guest No : 69 of 89 Post by : สงสัย on 23 November 2010 17:11:55[ 58.136.51.245 ] Detail : บางส่วนจากข้อความ ฉันคืออะไร กล่าว่า \"ถ้าไม่มีร่างกายที่ยังไม่ตายและความทรงจำจากสมอง จิตก็จะไม่มีตามไปด้วย\" งั้นถ้าร่างกายนี้สมองชำรุด หรือตายลง จิตก็ไม่มีน่ะสิ เมื่อจิตไม่มี ความยึดมั่นถือมั่นความมีตัวตนที่เคยมีก่อนตาย ก็ต้องสลายไปด้วยซิ การกล่าวเช่นนี้ ไม่เป็นการขัดต่อกฏของกรรมนี้ และ อิทัปปัจยตาหรือ?
| ||
|
Guest No : 68 of 89 Post by : ช่างคิด on 23 November 2010 16:11:26[ 58.136.51.245 ] Detail : ถ้าสมองและร่างกายเป็นส่วนหนึ่งให้เกิดจิต แม้เรามีความหลงผิดคิดว่ามีตัวเราอย่างไรก็ตามในจิต ถ้าเมื่อร่างกายนี้แตกตายลง ปฏิสนธิจิตก็ไม่ควรมีจนนำไปเกิดตามแต่กรรม สัญญาขันธ์ มิใช่สมอง วิญญาณขันธ์ มิใช่จิต แต่เป็นคูหาให้จิตเข้าอาศัยท่องไปในสังสารวัฎฎ์ ตามแต่กรรมตราบที่ยังมีความหลงผิดว่า จิตเป็นเรา จิตเป็นนามธาตุ เป็นพลังงานสะสมในจักรวาล แต่มิใช่จิตตัวใสๆ ที่เรียกว่าผี หรือวิญญานที่ภาษาโลกเข้าใจกัน เมื่อเจริญสติปัฏฐานจนสติเต็มรอบมีกำลังเกิดดับพร้อมกับจิต จะพบสัญญาขันธ์และสังขารขันธ์ จากนั้นจิตจะเข้าใจในอนัตตาแห่งจิต เข้าใจตถาตาในจิต พบธรรมชาติเดิมแท้แห่งจิต คือ สุญ หรือ สุญญตา การสลายความเป็นตัวกูจึงปรากฎขึ้นในจิต ทำให้อุปทานขันธ์ห้าบางเบาลงได้ สำหรับการที่จิตเห็นจิตอย่างนี้ สังโยชน์สามจะถูกล่ะ
| ||
|
Guest No : 67 of 89 Post by : คนพัทยา on 13 October 2010 08:10:53[ 180.180.213.138 ] Homepage : http://คนพัทยา Detail : รู้สึกดีที่เมืองไทยมีเว็ปดีมีสาระอย่างนี้ จึงเป็นธรรมดาที่พวกเว็ปไซด์งมงายอื่นๆจะโจมตีเว็ปฉันคืออะไร ขอให้หลวงพี่เตชปัญโญ อย่ากลัว อย่าท้อ เดินหน้าขจัดความงมงายไร้เหตุผมต่อไป
| ||
|
Guest No : 66 of 89 Post by : ookpalm on 27 September 2010 10:09:34[ 210.213.58.112 ] Homepage : http://ookpalm.com Detail : คุณ Owner Board มีแนวคิดคล้ายๆผมเลยครับในเรื่องศาสนาพุทธ ทุกวันนี้ที่เราเห็นในประเทศเรามันเป็นศาสนาพุทธที่ถูกดันแปลงไปมากแล้ว เอาเรื่องความเชื่อต่างๆมากมายมาแทรกในศาสนาพุทธ ผมคิดว่าแก่นของศาสนาพุทธคือสอนให้คิดด้วยตนเองครับ
| ||
|
Guest No : 65 of 89 Post by : สิทธิ์ on 06 August 2010 07:08:32[ 124.121.184.35 ] Homepage : http://sit115104@hotmail.com Detail : จัดของไม่เป็นระเบียบ หาของไม่เจอ จัดปัญหาไม่เป็นระเบียบ หาปัญหาไม่เจอ จัดปัญญาไม่เป็นระเบียบ หาปัญญาไม่เจอ จัดชีวิตที่ดีไม่เป็นระเบียบ หาชีวิตที่ดีไม่เจอ อริยสัจ ๔ คือ ปัญหา อิทัปปัจจยา ปฏิจสมุปปบาท นิพพาน สามารถใช้ค้นหาคำตอบได้ ขอเป็นกำลังใจให้หลวงพี่มุ่งมั่นขจัดอวิชชาต่อไป
| ||
|
Guest No : 64 of 89 Post by : หนูแนนค่ะ on 23 May 2010 19:05:35[ 180.180.27.49 ] Detail : ขอให้มีดวงตาเห็นธรรมเร็วๆค่ะ
| ||
|
Guest No : 63 of 89 Post by : narong on 01 May 2010 07:05:55[ 125.27.15.201 ] Detail : เป็น เวบ ที่ถูกหลักพุทธศาสนามากที่สุด ลัดและตรงประเด็นเข้าสู่หัวใจของพระ พุทธศาสนาผู้เริ่มศึกษาควรจะเริ่มต้นที่นี่ อยากรู้จักวัดว่าอยู่ที่ไหนของเกาะสีชังครับ ไปมาหลายครั้งไม่เคยได้ยินชื่อเลยครับ อยากไปเยี่ยมเยียนและปฏิบัติธรรมด้วยครับ
| ||
|
Guest No : 62 of 89 Post by : ผ่านมา on 14 October 2009 02:10:21[ 125.25.152.88 ] Detail : นี่ไม่ใช่คำสอนพุทธศาสนา เป็นมิจฉาทิฏฐิ โปรดระวัง
| ||
|
Guest No : 61 of 89 Post by : เว็บสำหรับอัจฉริยะเท่านั้น? on 22 August 2009 22:08:21[ 125.25.98.75 ] Detail : ปราชญ์ที่เว็บนี่เขาเชื่อถือกันว่าตายแล้วสูญ ก็แปลกดี ถ้าตายแล้วสูญแล้วบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่มันเกิดใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนี่มันปรุงแต่งมาจากไหนมิทราบ สสารมันผสมกันขึ้นเป็นจิตเองได้หรือกระไร อย่างนี้ไปนับถือทฤษฎีวิวัฒนาการยังจะดีกว่ามานั่งเผยแพร่ลัทธิความเชื่อเอาวิทยาศาสตร์ตามความเข้าใจตัวเองมาผสมกับพระธรรมแล้วแฝงคราบอ้างว่าเป็นพุทธศาสนาแท้ \"ดังนั้นเมื่อร่างกายตาย จิตก็ต้องดับหายไปตามเหตุปัจจัยของมันด้วยเสมอ นี่คือเหตุผลที่สมเหตุสมผล\" สมเหตุผลของอะไรก็ไม่ทราบแต่ไม่ใช่พระพุทธศาสนาแน่ๆ ถ้าตายแล้วสูญ จิตดับหมด แล้วมานั่งหมั่นเพียรฝึกจิตกันทำไมไม่ทราบ ทั้งๆที่ก็ไม่ได้ฝึกกันง่ายๆบางคนฝึกเป็นสิบๆปีจนตายก็ยังไม่สำเร็จเห็นผลอะไรชัดเจน แถมกว่าจะปฏิบัติเป็นก็ต้องเรียนหลักธรรมะทำความเข้าใจอยู่ก่อนอีกนานสองนาน ถ้าชีวิตมันเป็นเป็นทุกข์เพราะจิตมันปรุงแต่งเสมอๆ แต่ไหนๆตายกายสลายแล้วจิตก็ดับสูญไปด้วยอยู่แล้ว สู้ฆ่าตัวตายไปเลยดีกว่าไหมจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเรียนธรรมะมาฝึกจิตคลายทุกข์ เพราะตายแล้วก็สูญเหมือนกันอยู่ดี? ปัญหาสัทธรรมปฏิรูป ภัยแห่งพระพุทธศาสนาแท้ๆ น่าสังเวช
| ||
|
Guest No : 60 of 89 Post by : ด้วยความเคารพอย่างสูง on 22 August 2009 21:08:49[ 125.25.98.75 ] Detail : มิจฉาทิฐิ หรือ มิจฉาทิฏฐิ หมายถึง ความเห็นผิด การเห็นกงจักรเป็นใบบัว พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า \"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์บางพวกมีวาทะอย่างนี้ มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า ทานที่ให้แล้วไม่มีผล การบูชาไม่มีผล การบวงสรวงไม่มีผล ผลของกรรมดีกรรมชั่วไม่มี โลกนี้ไม่มี โลกอื่นไม่มี มารดาไม่มีบุญคุณ บิดาไม่มีบุญคุณ สัตว์ที่เป็นโอปปาติกะไม่มี สมณพราหมณ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทราบถึงโลกนี้และโลกอื่นด้วยปัญญาอันยิ่งเอง และสามารถทำให้ผู้อื่นรู้ตามด้วย ไม่มี\" พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๕ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ - คหบดีวรรค - ๑๐. อปัณณกสูตร ใครมีปัญญาก็กรุณาใช้หลักกาลามสูตรไตร่ตรองเหตุผลกันให้ดี อย่าเชื่อเพียงเพราะเว็บไซต์ดูน่าเชื่อ?
| ||
|
Guest No : 59 of 89 Post by : ด้วยความเคารพ on 22 August 2009 18:08:15[ 125.25.98.75 ] Detail : สุดท้ายนี้ขอให้ท่านลองพิจารณาด้วยเหตุผลและใจที่เป็นกลางว่า ความเชื่อถือของท่านนั้น แท้จริงแล้วเป็นคำสอนที่แท้จริงของพระพุทธศาสนา หรือเป็นเพียงการที่ท่านพยายามตีความให้เข้ากับทิฐิความเชื่อของตนกันแน่ แม้แต่ทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบันนี้ทฤษฎีที่ว่าจักรวาลกำเนิดมาจากบิ๊กแบงก็ยังล้าสมัยไปแล้วครับ เพราะมีจุดอ่อนหลายอย่างที่อธิบายไม่ได้ ตอนนี้ทฤษฎีที่ใหม่ ที่มาปิดจุดอ่อนของทฤษฎีบิ๊กแบงเดิมคือ Cyclic Universe ครับ หรืออาจเรียกได้ว่า \"จักรวาลวัฏจักร\" ท่านๆดูแล้วรู้สึกว่ามันเริ่มคล้าย \"วัฏสงสาร\"หรือ \"สังสารวัฏ\" บ้างไหมครับ
| ||
|
Guest No : 58 of 89 Post by : ด้วยความเคารพ on 22 August 2009 18:08:43[ 125.25.98.75 ] Detail : การเหมารวมไปว่าคำสอนของพุทธศาสนาเรื่องเวียนว่ายตายเกิด \"แท้จริงแล้วไม่ใช่หลักคำสอนของพุทธศาสนา แต่เป็นหลักคำสอนของศาสนาพราหมณ์ (หรือฮินดู) ที่ผสมหรือปลอมปนเข้ามาอยู่ในคำสอนของพุทธศาสนา\" ก็ขอให้ท่านทั้งหลายลองไตร่ตรองใหม่ให้ดี ลองไปศึกษาประวัติการสืบทอดสังคายนาพระไตรปิฎกของเถรวาทดูว่ามีความแม่นยำ น่าเชื่อถือเพียงใด ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่พระอรหันต์สาวกผู้ปราศจากกิเลสจะไปบิดเบือนคำสอนของพระศาสดา หรือปลอมปนเอาคำสอนทางฮินดูมาใส่ไว้ได้
| ||
|
Guest No : 57 of 89 Post by : ด้วยความเคารพ on 22 August 2009 18:08:35[ 125.25.98.75 ] Detail : ดังกล่าวมานี้ หากท่านจะสามารพิจารณาไตร่ตรองด้วยเหตุผลอย่างมีใจเป็นกลางแล้วล่ะก็ ขอให้ทานพิจารณาทบทวนดูให้ดี ถ้าไม่มีการเวียนว่ายตายเกิด พวกที่หนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตายก็จะกลายเป็นคนฉลาดเลือกไป และผู้หมั่นเพียรปฏิบัติธรรมฝึกจิตที่กระทำได้ยากยิ่ง ทวนกระแสชาวโลกทั่วไป ก็มิกลายเป็นผู้ใช้เวลาไปกับเรื่องโง่เขลาหรอกหรือ
| ||
|
Guest No : 56 of 89 Post by : ด้วยความเคารพ on 22 August 2009 18:08:50[ 125.25.98.75 ] Detail : อนึ่ง การมีชีวิตอยู่เป็นสุขในปัจจุบันนั้น ผู้ที่สมบูรณ์พร้อมด้วยทรัพย์สินและเกียรติยศชื่อเสียงก็มีอยู่ถมไปที่สามารถมีความสุขเช่นนั้นได้ ไม่จำเป็นต้องทนฝืนใจปฏิบัติธรรม หรือทรทรมานอดหลับอดนอนกินข้าววันละมื้อสองมื้อแบบพระภิกษุจึงจะมีความสุขได้ เพราะฉะนั้น ถ้าตายแล้วไม่มีการเกิดใหม่หรือไม่มีการเวียนว่ายตายเกิด คำสอนเรื่องมรรคผลนิพพานของพระพุทธศาสนาก็จะเป็นคำสอนที่ไร้สาระใช้ประโยชน์ที่แท้จริงอะไรมิได้ แต่เพราะการเวียนว่ายตายเกิดหรือ\"สังสารวัฏ\"เป็นสิ่งที่มีจริงเป็นจริง ไม่ว่าจะคิดตามเหตุผล หรือพิสูจน์ด้วยตนเองก็ตาม พระพุทธเจ้าทรงประทานคำสอนดังกล่าวก็เพื่อให้บุคคลที่มีปัญญาพอยึดไว้เป็นแนวทางดำเนินไปสู่จุดหมายปลายทางที่สามารถพ้นทุกข์ในสังสารวัฏได้อย่างสิ้นเชิงและตลอดไป
| ||
|
Guest No : 55 of 89 Post by : ด้วยความเคารพ on 22 August 2009 17:08:54[ 125.25.98.75 ] Detail : การปฏิเสธการตายและการเกิดใหม่แบบข้ามภพข้ามชาติโดยสิ้นเชิง ย่อมเท่ากับปฏิเสธพระพุทธพจน์จำนวนมากที่มีอยู่ในพระไตรปิฎก การปฏิเสธพระพุทธพจน์เหล่านั้นก็เท่ากับกล่าวว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนสิ่งที่เป็นเท็จ แต่เขาไม่กล้าพอจะกล่าวว่าพระพุทธเจ้าสอนสิ่งที่เป็นเท็จ จึงหันไปเล่นงานพระโบราณจารย์ที่สืบทอดพระพุทธศาสนามาว่า เอาคำสอนที่ไม่ถูกต้องเหล่านั้นเพิ่มเติมเข้าไปในภายหลัง โดยลืมคิดไปว่า พระสาวกผู้เคารพหนักแน่นในพระศาสดาย่อมไม่เอาสิ่งใดเข้าแอบอ้างว่าเป็นคำสอนของพระศาสดาโดยที่พระศาสดาไม่เคยสั่งสอนไว้ นอกจากนี้ก็มีชาวพุทธบางกลุ่มที่ได้รับอิทธิพลจากคำสอนของนักปราชญ์ทางพุทธศาสนาผู้มีชื่อเสียงบางท่านที่สอนเน้นการปฏิบัติเพื่อดับทุกข์ในชีวิตปัจจุบัน และเน้นการเกิดตายแบบชั่วขณะจิต ชาวพุทธกลุ่มนี้พลอยรังเกียจการอธิบายเรื่องการตายและการเกิดใหม่แบบข้ามภพข้ามชาติไปด้วย
| ||
|
Guest No : 54 of 89 Post by : ด้วยความเคารพ on 22 August 2009 17:08:17[ 125.25.98.75 ] Detail : อนึ่งการปฏิบัติเพื่อให้ได้บรรลุมรรคผลตามคำสอนของพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่กระทำได้ยาก เพราะเป็นการปฏิบัติทวนกระแสของการดำเนินชีวิตแบบธรรมดาทั่วไป บางคนต้องสละทางโลกออกบวชเป็นพระภิกษุ หากผู้ที่สละความสุขสำราญทางโลกมุ่งปฏิบัติธรรมเพื่อบรรลุมรรคผลนิพพาน หลังจากตายแล้วมีสภาพเท่ากับผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างชาวโลกธรรมดาทั่วไป ผู้มุ่งปฏิบัติธรรมเพื่อบรรลุมรรคผลนิพพานอย่างพระภิกษุก็จะมิกลายเป็นผู้ที่โง่ที่สุดไปหรอกหรือ เพราะใช้ชีวิตอย่างโง่ๆ ไม่รู้จักตักตวงเอาความสุขสำราญจากชีวิตที่ตนมีอยู่เพียงครั้งเดียว ถ้าจะอ้างว่าการปฏิบัติธรรมโดยมีความมุ่งหวังเช่นนั้นไม่ได้เป็นสิ่งไร้สาระ เพราะจะทำให้มีชีวิตอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน [b]ก็เป็นเหตุผลที่อ่อนยิ่งนัก[/b]เพราะการปฏิบัติเช่นนั้นไม่ได้ทำให้มีความสุขอยู่ในปัจจุบันเสมอไปและทุกคนไป พระธุดงค์บางองค์ปฏิบัติไปยังไม่ทันจะได้พบความสุขอะไรเป็นชิ้นเป็นอันก็ถูกเสือหรืองูกัดตายเสียแล้ว
| ||
|
Guest No : 53 of 89 Post by : มอส เมืองเพชร on 05 August 2009 17:08:16[ 222.123.91.91 ] Homepage : http://mosmuangphet.hi5.com Detail : แก้ไขคำพิมพ์ผิดครับ : ผู้ที่ไม่ยอมรับดวงตาครับ ดูได้ ความเห็นที่ 51 ไม่ได้รับเลยจริงๆ
| ||
|
Guest No : 52 of 89 Post by : มอส เมืองเพชร on 05 August 2009 17:08:01[ 222.123.91.91 ] Homepage : http://mosmuangphet.hi5.com Detail : เป็นเว็บไซต์ที่ดีมากๆครับ ผมเห็น ผมเห็นแล้วครับ ผมเห็นคนที่ได้ได้รับดวงตาแล้ว ข้างล่างนี้ไง ความเห็นที่51 เดียร์ถีย์อื่น
| ||
|
Guest No : 51 of 89 Post by : ACTYD on 23 July 2009 13:07:16[ 203.130.145.99 ] Detail : ผิดทางครับ ไม่ใช่พุทธ โปรดไตร่ตรองให้ดี ถ้าตายแล้วสูญ ไม่มีชาติหน้าแล้วจะทำความ ดีไปเพื่ออะไร สอนแบบนี้ก็เดี๋ยวก็ฆ่าตัวตาย หนีปัญหากันหมดหรอก เพราะเชื่อผิดหาว่า ตายแล้วสูญ พระพุทธเจ้าสร้างบารมีมา 4อสงไขแสนมหากัป นี่ก็บอกได้แล้วว่ามีชาติ ต่อๆไป จนกว่าจะนิพพาน
| ||
|
Guest No : 50 of 89 Post by : pattayazen on 20 June 2009 03:06:02[ 119.31.28.25 ] Detail : เหมือนได้กลับบ้านครับ
| ||
|
Guest No : 49 of 89 Post by : เวบมาสเตอร์ on 12 May 2009 11:05:35[ 118.174.126.142 ] Detail : ขอขอบคุณ คุณ mahaphirum ที่ได้ท้วงติงข้อผิดพลาดมา ได้แก้ไขใหม่แล้ว ขอขอบคุณอีกครั้ง
| ||
|
Guest No : 48 of 89 Post by : mahaphirum on 10 May 2009 07:05:35[ 124.121.34.32 ] Detail : เวบไซต์สำหรับบุคคลอัจฉริยะนี้นับว่ามีประโยชน์อย่างมากในการศึกษาค้นคว้าพระพุทธศาสนา ในเวลาว่าง ผมมักจะแวะมาอ่านบทความในเวบไซต์แห่งนี้ ผมก็ได้ความรู้เพิ่มเติมจากการเรียนหนังสือธรรมดา ผมขอขอบพระคุณเป็นอย่างมาก ณ โอกาสนี้ แต่ข้อหนึ่งที่ผมขอเสนอแนะ คือว่า บทความตรงที่\"ศาสนาโลก\" ตอนศาสนาพุทธ ทางเว็บไซต์นำเสนอว่า \" ๙. ประเทศที่นับถือ นิกายมหายานก็มีประเทศจีย ,ใต้หวัน, เวียดนาม,กัมพูชา ส่วนเถรวาทก็มีประเทศพม่า,ลาว,ไทย และมีประปรายในประเทศต่างๆทั่วโลก.\" ถ้าเราไม่สังเกต ก็ไม่เห็นว่าผิดตรงไหน แต่ผมเป็นคนช่างสังเกต ก็เลยเห็นว่า การอ้างอิงประเทศที่นับถือศาสนายังไม่ถูกต้อง เช่น กัมพูชาเป็นประเทศที่นับถือนิกายมหายานเป็นต้น โดยที่แท้ กัมพูชานั้นเป็นประเทศที่นับถือหีนยาน หรือ เถรวาทเหมือนอย่างประเทศไทย ลาว พม่า และศรีลังกา อีกทั้งระบุในรัฐธรรมนูญว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างชาวพุทธทั้งสองประเทศ ขอบพระคุณครับ
| ||
|
Guest No : 47 of 89 Post by : เวบมาสเตอร์ on 07 April 2009 12:04:25[ 118.174.38.12 ] Detail : ยินดีให้ทุกท่านนำเนื้อหาจากเวบนี้ไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก... การให้ธรรมะชนะการให้ทั้งปวง ธรรมะเป็นของธรรมชาติ ไม่ใช่ของใคร จึงหวงไม่ได้
| ||
|
Guest No : 46 of 89 Post by : peace_life on 06 April 2009 12:04:22[ 222.123.145.56 ] Detail : เนื้อหาเว็บดีมากเลยครั ผมเคยเอาไปพิมพ์แจกต่อ เนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิดผม ผมทำแจกเป็นธรรมทานหลวงพี่อนุญาติไว้แล้วใช่ไหมครับ หนังสือwhatami ดีมากๆ มาให้กำลังใจให้หลวงพี่ช่วยบำรุงพุทธศาสนาในทางที่เป็นปัญญาต่อไปครับ สาธุ
| ||
|
Guest No : 45 of 89 Post by : InTheAcT on 26 March 2009 10:03:33[ 115.67.129.210 ] Detail : ท่านชาคริสรึป่าวครับ ผมเข้าใจว่าใช่นะครับ ถ้าอย่างไรเชิญที่ห้อง SeedDhamMa แคมฟ๊อกอีกนะครับ ท่านอาจได้ความกระจ่างเพิ่มขึ้น
| ||
|
Guest No : 44 of 89 Post by : นักรบธรรม on 26 February 2009 08:02:25[ 58.10.164.63 ] Homepage : http://www.legendfirst.com Detail : แนะนำกันเข้าไป
| ||
|
Guest No : 43 of 89 Post by : ลิงเรียกปู่ on 02 January 2009 02:01:50[ 222.123.64.65 ] Homepage : http://212cafe.com/boardvip/list3.php?user=cm99 Detail : //-ยินดีที่ได้รู้จัก สหายผู้ใฝ่รู้ใฝ่ดทุกท่าน ขอบคุณที่แนะนำให้รู้จักด้วยอิๆ
| ||
|
Guest No : 42 of 89 Post by : มร เคบับ on 30 July 2008 17:07:43[ 61.19.66.68 ] Detail : โอ้โห กราบอนุโมทนารับ ที่หลวงพี่ยังอุตสาห์เข้าไปให้ความรู้ในกระทู้ดังกล่าว ผมตอบไปในช่วงแรก ๆ ถ้าหลวงพี่จำผมได้ จากนั้นไม่เคยเข้าไปเลยเป็นเวลาเกือบสองปีมั้ง ตอนนี้ไม่สามารถเถียงหลวงพี่ได้เลย แต่ผมว่า อย่าไปสนใจกับกระทู้นั้นอีกเลยครับ คงไม่ได้ประโยชน์อะไร พระพุทธเจ้ายังแบ่งผู้มีปัญญาเป็นสี่เหล่า ไม่ง่ายที่จะมีคนเข้าใจอย่างที่ท่านเข้าใจ ขออนุโมทนาครับ
| ||
|
Guest No : 41 of 89 Post by : ผู้ห่างไกล on 10 June 2008 09:06:08[ 58.9.114.117 ] Detail : ผมคิดว่าพบแล้ว Web ธรรมะที่ เป็นไปในทิศทางเดียวกับจริต ของผม. จะของลองพิสูตรดูสักพัก.
| ||
|
Guest No : 40 of 89 Post by : ณ sa on 09 June 2008 15:06:50[ 161.246.1.37 ] Detail : ได้อ่านเพิ่มเติม ถึงเจตนา ของท่าน เตชปัญโญ (เป็นภิกษุ จริงหรือไม่? ขออภัยที่สงสัย เนื่องจาก คำพูดสามารถแสดงถึงสภาวะจิตใจได้) ชักไม่มั่นใจว่าเจตนาดีหรือไม่ ผู้อ่านทั้งหลาย ควรให้วิจารณญาณเป็นอย่างยิ่ง ในการอ่าน และการเชื่อ
| ||
|
Guest No : 39 of 89 Post by : ณ sa on 09 June 2008 14:06:50[ 161.246.1.37 ] Detail : กรณีมีการถกเถียงกัน จากใน web พลังจิต โดยส่วนตัว มีความคิดเห็นดังนี้ <b>ทราบว่าผู้เขียนมีจิต และเจตนาดี </b> ในการจะนำคำสอนต่างๆ มาเผยแพร่ แต่อยากให้ใช้ถ้อยคำที่กระทัดรัด และรัดกุมมากกว่านี้ เนื่องจากผู้ที่ยังไม่มีพื้นฐาน ทางพระพุทธศาสนามากพอ อาจเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ โดยเฉพาะในยุคที่มีการบิดเบือนคำสอนทางพระพุทธศานา ด้วยแล้ว ยิ่งน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง(อาจเป็นเครื่องมือให้บุคคลเหล่านั้น นำคำพูดไปกล่าวอ้าง เพียงบางประโยค โดยมิได้เอาประโยคแวดล้อมไปให้อ่านด้วย อย่างเช่นที่มีการโต้เถียงกันในเว็บดังกล่าว ที่ถ้าอ่านแค่ประโยคเดียว ไม่อ่านประโยคที่สอง ความหมาย และเจตนา แตกต่างทันที)
| ||
|
Guest No : 38 of 89 Post by : ณ sa on 09 June 2008 14:06:27[ 161.246.1.37 ] Detail : แม้จะยังอ่านได้ไม่หมด ได้อ่านแค่คร่าวๆ ก็บอกได้ว่าเป็นข้อเขียนที่มีคุณค่ามากๆ ขอบคุณที่เอาสิ่งดีๆ นี้มาเผยแพร่ จะนำไปให้เพื่อนๆ และน้องๆ ได้มีโอกาสอ่านบ้าง อยากให้ทุกๆ คนได้อ่าน
| ||
|
Guest No : 37 of 89 Post by : kendoe on 12 May 2008 23:05:14[ 58.9.140.196 ] Detail : จะดี-ชั่ว...อยู่ที่ตัวทำ จะสูง-ตำ...อยู่ที่ทำตัว
| ||
|
Guest No : 36 of 89 Post by : มงคล ภู on 06 May 2008 15:05:35[ 58.147.24.218 ] Detail : ขอบคุณมากครับสิ่งดีๆอย่างนี้ ขอบุญบรรดาลให้ท่านพบแต่ความสุข เมื่อทุกข์มี
| ||
|
Guest No : 35 of 89 Post by : bovy on 03 May 2008 01:05:44[ 58.8.154.220 ] Detail : น่าจะให้เวปของมหาวิทยาลัยต่างๆได้ลิ้งเวปนี้ไว้บ้างนะ ปกติผมก็จะค้นคว้าศึกษาจากหนังสือที่ขายทั่วไป แต่บางทีซื้อมาอ่านแล้วก็ไม่ถูกใจ ถ้าอ่านจากเวปไม่ดีเราก็ปิดได้เลย ศึกษาแบบนี้ดีกว่เยอะครับ อยากอ่านตรงไหนก็อ่าน ขอบคุณผู้แนะนำเวป ผมได้จากการ google เรื่องทฤษฎีสัมพัทธภาพ
| ||
|
Guest No : 34 of 89 Post by : mor on 29 April 2008 07:04:38[ 203.113.119.218 ] Detail : ถ่ายทอดถูกต้อง ทำให้เกิดประโยชน์
| ||
|
Guest No : 33 of 89 Post by : art on 23 April 2008 17:04:11[ 124.121.108.165 ] Detail : อนุโมทนาด้วยครับ
| ||
|
Guest No : 32 of 89 Post by : p panjama on 22 April 2008 08:04:19[ 118.173.244.117 ] Detail : ขอบคุณที่แนะนำ
| ||
|
Guest No : 31 of 89 Post by : udonteva on 18 April 2008 08:04:43[ 125.26.153.71 ] Detail : มาเยี่ยมชมครับท่าน....
| ||
|
Guest No : 30 of 89 Post by : ล_ปราโมทย์ on 18 April 2008 06:04:29[ 202.57.188.3 ] Detail : ต้องขอขอบคุณ คุณแก้ว กรุณา ที่แนะนำเวปนี้ให้ จะเข้ามาอ่านบ่อยๆนะครับ ขออนุโมทนาในความตั้งใจของชาวคณะด้วยนะครับ
| ||
|
Guest No : 29 of 89 Post by : aom on 14 April 2008 12:04:29[ 124.120.198.180 ] Detail : มาเยี่ยมค่ะ อ่านแล้วดีมากค่ะขออุโมทนาด้วยค่ะ
| ||
|
Guest No : 28 of 89 Post by : M_GR2LAB on 23 March 2008 04:03:42[ 61.19.130.82 ] Detail : ยอดเยี่ยมมากเลยครับ ขอบคุณมากสำหรับความรู้ที่ดีมากๆ ขอบคุณครับ
| ||
|
Guest No : 27 of 89 Post by : บัณฑิต จงจีรานนท์ on 20 March 2008 15:36:58[ 125.26.49.254 ] Detail : ยินดีและขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่แนะนำเวปไซด์ดีดี จากคนเป็นแสนเป็นล้านก็ยังเป็นหนึ่งในนั้นถือว่าเป็นบุญกุศลอย่างสูงที่ได้กัลยาณมิตรดีดีสำหรับผู้ที่ค้นหาสัจธรรมของชีวิต ขอกุศลผลบุญยังส่งกลับไปสู่ผู้แนะนำด้วยเทอญ
| ||
|
Guest No : 26 of 89 Post by : เสรี on 14 March 2008 00:58:28[ 125.27.212.43 ] Detail : ยินดีมากครับ อยากให้มีเว๊บแบบนี้เยอะ ๆ ครับ เมืองไทยที่สงบสุขจะได้กลับมาเสียที
| ||
|
Guest No : 25 of 89 Post by : พิเชษฐ์ on 27 February 2008 03:28:22[ 202.47.224.211 ] Detail : ผมเพิ่งเข้ามาเวปนี้เป็นครั้งแรก ลองอ่านดูคิดว่าดีมากเลยครับ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ อยากจะศึกษาและปฏิบัติตามหลักพุทธศาสนาครับ ผมขอบชมเชยมากครับกับคณะผู้จัดทำ
| ||
|
Guest No : 24 of 89 Post by : เวบมาสเตอร์ on 10 February 2008 12:25:31[ 203.113.80.136 ] Detail : ยินดีให้นำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก เวบมาสเตอร์
| ||
|
Guest No : 23 of 89 Post by : พุทธิสัตว์ on 10 February 2008 09:20:32[ 222.123.230.107 ] Detail : ได้อ่าน"ฉันคืออะไร"แล้ว คือใช่เลยหาคำสอนแบบนี้มานานแล้ว อยากจะพิมพ์เป็นธรรมทานจริงๆ คิดว่าจะทำให้ผู้อื่นได้ "ตื่น"เสียทีก็ไม่ทราบว่าพระอาจารย์ท่านจะอนุญาตหรือไม่ ขอขอบพระคุณท่านที่เปิดตาให้
| ||
|
Guest No : 22 of 89 Post by : กระบอกข้าวหลาม on 22 December 2007 14:57:26[ 124.121.97.158 ] Detail : อ่านแล้วรู้สึกดีใจที่ได้เกิดมาเป็นชาวพุทธ ภูมิใจมากๆเลย
| ||
|
Guest No : 21 of 89 Post by : ฟางข้าว on 03 December 2007 13:34:09[ 58.9.156.220 ] Detail : ผ่านมาเจอเจ้าค่ะ ได้ประโยชน์กับชีวิตเป็นอย่างมาก เรียนรู้การดับทุกข์ของตนเองให้ได้ และเท่าทันทุกกขณะ ขอบพระคุณพระอาจารย์นะคะ
| ||
|
Guest No : 20 of 89 Post by : ผู้ดูแลเวบ on 20 September 2007 13:52:55[ 203.113.80.15 ] Detail : เวบบอร์ดบางแห่งที่กำลังโจมตีเวบไซต์นี้ http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=25762
| ||
|
Guest No : 19 of 89 Post by : สาธุ on 20 September 2007 13:52:12[ 203.113.80.15 ] Homepage : http://spaces.msn.com/areyatum0 Detail : สาธุ สาธุ สาธุ
| ||
|
Guest No : 18 of 89 Post by : เจียรนัย on 20 September 2007 13:51:24[ 203.113.80.15 ] Detail : คำตอบของท่านดีมาก อยากให้มีผู้รู้ที่เก่งมากๆๆ หลายๆคนจะได้ช่วยคนในโลกนี้อีกเยอะๆค่ะ
| ||
|
Guest No : 17 of 89 Post by : สุรสิทธิ์ on 20 September 2007 13:50:48[ 203.113.80.15 ] Homepage : http://ขอบคุณครับ Detail : ขอบคุณสำหรับธรรมทานที่ท่านพระอาจารย์ทุกท่านครับ มีประโยชน์มาก
| ||
|
Guest No : 16 of 89 Post by : sama na on 20 September 2007 13:50:06[ 203.113.80.15 ] Detail : ทำดีแล้วครับ พยายามรักษความดีและเร่งทำดีต่อไป
| ||
|
Guest No : 15 of 89 Post by : Psy on 20 September 2007 13:49:37[ 203.113.80.15 ] Detail : ขอชื่นชมในวิริยะของท่านผู้ทำเว็บนี้ครับ
| ||
|
Guest No : 14 of 89 Post by : ผู้ดูและเวบ on 20 September 2007 13:49:11[ 203.113.80.15 ] Homepage : http://www.whatami.5u.com Detail : ขอให้"ผู้สนใจ"ที่ถามปัญหาด้านล่างนี้มา ไปดูคำตอบได้โดยไปคลิ๊กที่ "ตอบปัญหา"
| ||
|
Guest No : 13 of 89 Post by : ผู้สนใจ on 20 September 2007 13:48:05[ 203.113.80.15 ] Detail : ช่วงนี้รู้สึกสับสนในชีวิต..จึงอยากรู้ว่า ชีวิตของคนเรานี้จริง ๆ แล้ว มันคืออะไร อยู่ไปทำไม คนเราเกิดมาแล้วตั้งแต่เล็กก็เรียนหนังสือตั้งแต่อายุ3ขวบ จนถึง 25 ปี กว่าจะจบปริญญาตรี-โท แล้วต้องทำงาน มีครอบครัว เท่านั้นเองหรือ จะมีหนทางอย่างอื่นอีกไม่
| ||
|
Guest No : 12 of 89 Post by : phaichon on 20 September 2007 13:47:33[ 203.113.80.15 ] Detail : ควรมีการส่งเว็บให้คนรู้จักได้ด้วย
| ||
|
Guest No : 11 of 89 Post by : วิทย์ on 20 September 2007 13:46:56[ 203.113.80.15 ] Detail : ขอขอบคุณในความรู้ที่ให้มา ขอให้ท่านมีความสุข
| ||
|
Guest No : 10 of 89 Post by : ธรรมชาติ on 20 September 2007 13:46:22[ 203.113.80.15 ] Detail : ดีครับ ได้สาระความรู้มากพอควร ขออนุโมทนาด้วยครับ
| ||
|
Guest No : 9 of 89 Post by : จักรกฤษณ์ ศรีตัมภวา on 20 September 2007 13:45:14[ 203.113.80.15 ] Detail : ทำได้ดีมาก
| ||
|
Guest No : 8 of 89 Post by : milo2005 on 20 September 2007 13:44:34[ 203.113.80.15 ] Homepage : http://weblog.manager.co.th/publichome/MILO2005/ Detail : เยี่ยมมากครับ... ขออนุญาตคัดลอกนิทานไปวางที่บล๊อกขอผมครับ http://weblog.manager.co.th/publichome/MILO2005/
| ||
|
Guest No : 7 of 89 Post by : โรงเรียนวิถีพุทธ on 20 September 2007 13:43:56[ 203.113.80.15 ] Homepage : http://innoobec.go.th Detail : โรงเรียนวิถีพุทธมาเยี่ยมเยียน และจะเข้ามาขอศึกษาเรียนรู้ ต่อไป ขอบคุณ
| ||
|
Guest No : 6 of 89 Post by : sirikul on 20 September 2007 13:42:28[ 203.113.80.15 ] Detail : ชอบมากคะ เรียนรู่อย่างเข้าจัย ขอขอบพรพคุนมากๆนะคะ
| ||
|
Guest No : 5 of 89 Post by : ชำนิ on 20 September 2007 13:41:40[ 203.113.80.15 ] Detail : รู้สึกดีครับที่ได้เข้ามาในห้องพระธรรมคำสั่งสอนเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
| ||
|
Guest No : 4 of 89 Post by : boyd on 20 September 2007 13:40:57[ 203.113.80.15 ] Detail : จงทำดี ดีจงทำ ทำจงดี
| ||
|
Guest No : 3 of 89 Post by : karuna on 20 September 2007 13:39:58[ 203.113.80.15 ] Detail : เป็นเว็ปที่หน้าสนใจมากๆเลยค่ะ
| ||
|
Guest No : 2 of 89 Post by : เทียนชัย สินทรัพย์ on 20 September 2007 13:39:28[ 203.113.80.15 ] Detail : ดีครับ ให้สาระดี
| ||
|
Guest No : 1 of 89 Post by : anong on 09 July 2004 06:55:37[ 202.29.6.238 ] Homepage : http://- Detail : website is very good for teenagers.
|
| -------------<< Top >>------------- |
| Powered by cgi2you |